หวยใต้ดินเล่นมีกี่ประเภทอย่างไร และเล่นอย่างไร

22 Sep by admin

หวยใต้ดินเล่นมีกี่ประเภทอย่างไร และเล่นอย่างไร

หวยใต้ดินเล่นมีกี่ประเภทอย่างไร และเล่นอย่างไร ก่อนจะลงไปถึงหวยใต้ดินมารู้จักกับหวยไทยหรือสลากกินแบ่งรัฐบาลกันก่อน เพราะเป็นเลขที่จะใช้ในการออกผลหวยใต้ดินเช่นกัน โดยหวยไทยจะมีการออกรางวัลทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกๆ เดือน หรืออาจจะมีการเลื่อนให้ออกเร็วขึ้น – เลื่อนออกไปในบางกรณี ซึ่งมีราคาที่จำหน่ายคือใบละ 80 บาท คนเล่นหวยจะซื้อกี่ใบก็ได้

แต่การจะถูกรางวัลจากหวยรัฐบาลนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้ไม่ง่ายเลย แถมถ้าถูกไม่ครบทุกลำดับเลขก็จะไม่ได้เงินรางวัลเลย หวยใต้ดินจึงถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อเอาเลขรางวัลของหวยรัฐบาลนั้น มาให้รางวัลที่สูงขึ้น เล่นง่ายขึ้น และมีค่าใช้จ่ายที่คนซื้อสามารถควบคุมได้เอง

สำหรับหวยใต้ดินวิธีการเล่นที่ได้รับนิยมกันอย่างแพร่หลาย หลักๆ อยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งมีดังนี้

1. รางวัลเลข 2 ตัว
รางวัลเลข 2 ตัวของการเล่นหวยใต้ดิน จะแบ่งการเล่นได้อีก 2 แบบนั่นคือ เลขท้าย 2 ตัวบน และ ล่าง

รางวัลเลข 2 ตัวล่าง (59)
ใช้รางวัลเลขท้ายสองตัวของสลากกินแบ่งรัฐบาล มาเป็นเลขอ้างอิง เช่น ในงวดของวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยรางวัลเลขท้าย 2 ตัว คือ 59 หากคุณซื้อแบบเลขท้ายสองตัวล่าง ก็ถือว่าถูกรางวัลก็นำจำนวนบาทของราคาหวยไปคูณจำนวนเงินที่ซื้อไป

ตัวอย่าง เจ้ามือหวยออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนบาทละ 90 ซึ่งถ้าหากคุณซื้อเลข 59 แบบ 2 ตัวล่าง ในราคา 10 บาท ก็จะได้เงินรางวัล 90×10 = 900 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัลก็จ่ายเจ้ามือ 10 บาท

รางวัลเลข 2 ตัวบน (93)
สำหรับเลข 2 ตัวบน ก็ใช้เลข 2 ตัวสุดท้ายของรางวัลที่ 1 มาเป็นเลขอ้างอิงผลรางวัล ซึ่งจากงวดของวันที่ 1 ตุลาคม 2563 รางวัลที่ 1 คือ 837893 ซึ่ง 2 ตัวบนคือ 93

ตัวอย่าง เจ้ามือหวยที่ให้ผลตอบแทนบาทละ 90 ซึ่งถ้าหากคุณซื้อเลข 93 แบบ 2 ตัวบน ในราคา 30 บาท ก็จะได้เงินรางวัล 90×30 = 2,700 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัลก็จ่ายเจ้ามือ 30 บาท

การซื้อหวยใต้ดินแบบ 2 ตัวกับเจ้ามือ ต้องระบุให้ชัดเจน ว่าจะซื้อแบบ 2 ตัวบน หรือ 2 ตัวล่าง หรือจะซื้อทั้ง 2 แบบก็ได้ เพราะถ้าไม่ระบุชัดเจนอาจจะถูกปฏิเสธการจ่ายเงินได้หากถูกรางวัล

2. รางวัลเลข 3 ตัว
การเดิมพันในเลข 3 ตัวนั้น มีโอกาสที่จะชนะการเดิมพันน้อยกว่าแบบ 2 ตัว แต่ถ้าชนะการเดิมพันแล้ว ก็จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหลายเท่า โดยการเดิมพันในเลข 3 ตัวนั้น ก็สามารถเดิมพันได้หลายวิธี ได้แก่

ผลรางวัลหวยไทยของวันที่ 16 กันยายน 2563 ใช้เป็นตัวอย่างของการซื้อหวยรางวัลเลข 3 ตัว

เลขหน้า 3 ตัว หรือสามตัวหน้า (127/220)
รางวัลเลข 3 ตัวหน้าก็ถูกนำมาเป็นรางวัลในหวยใต้ดินเหมือนกัน โดยถ้าถูกเลขใดเลขหนึ่งก็คูณจำนวนบาทของราคาหวยกับเงินที่ซื้อไปก็จะได้เป็นเงินรางวัล

เช่น เจ้ามือหวยที่ให้ผลตอบแทนบาทละ 450 ซึ่งถ้าหากคุณซื้อเลข 127 แบบ 3 ตัวหน้า ในราคา 30 บาท ก็จะได้เงินรางวัล 450×30 = 13,500 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัลก็จ่ายเจ้ามือ 30 บาท

เลขท้าย 3 ตัว หรือสามตัวล่าง (623/853)
รางวัลเลข 3 ตัวท้ายก็สามารถแทงหวยใต้ดินได้เช่นเดียวกัน โดยถ้าถูกเลขใดเลขหนึ่งก็คูณจำนวนบาทของราคาหวยกับเงินที่ซื้อไปก็จะได้เป็นเงินรางวัล

เช่น เจ้ามือหวยที่ให้ผลตอบแทนบาทละ 450 ซึ่งถ้าหากคุณซื้อเลข 623 แบบเลขท้าย 3 ตัว ในราคา 50 บาท ก็จะได้เงินรางวัล 450×50 = 22,500 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัลก็จ่ายเจ้ามือ 50 บาท

เลขสามตัวบน (083)
ใช้เลข 3 ตัวท้ายของรางวัลที่ 1 ซึ่งมีเฉพาะในหวยใต้ดินเท่านั้น และเป็นเลขที่ยอดฮิตที่คอหวยหลายคนต้องซื้อทุกงวด เพราะผลตอบแทนสูงที่สุด

เช่น เจ้ามือหวยที่ให้ผลตอบแทนบาทละ 900 ซึ่งถ้าหากคุณซื้อเลข 083 แบบเลขสามตัวบน ในราคา 100 บาท ก็จะได้เงินรางวัล 900×100 = 90,000 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัลก็จ่ายเจ้ามือ 100 บาท

สามตัวโต๊ด (กลับเลข 083)
เลขสามตัวโต๊ด เป็นการเอาเลขท้าย 3 ตัวบนมาซื้อแบบกลับทุกตำแหน่ง ทำให้โอกาสที่จะถูกในเลขโต๊ดนั้นก็จะมีอากาสสูงมากกว่าสามตัวตรง(เต็ง) ซึ่งหากมีโอกาสถูกมากขึ้นราคาต่อบาทก็จะน้อยลงตาม

เช่น เจ้ามือหวยที่ให้ผลตอบแทนบาทละ 120 ซึ่งถ้าหากคุณซื้อเลข 830 / 803 / 308 / 380 / 038 แบบเลขสามตัวโต๊ด ในราคา 100 บาท ก็จะได้เงินรางวัล 120×100 = 12,000 บาท แต่ถ้าไม่ถูกรางวัลก็จ่ายเจ้ามือ 100 บาท